Advertisement


โพรเมทิอัส พระบิดาแห่งมนุษยชาติ

 

โพรเมทิอัสอาจจะไม่ใช่เทพเจ้าในวงศ์วานของเทพเจ้ารุ่นใหม่ แต่ก็ถือกำเนิดในเชื้อสายไททัน โพรเมทิอัสได้ทำความดีให้กับโลกใบนี้อย่างมหาศาล หากไม่มีพระองค์เกิดขึ้นมา มนุษย์และสรรพสัตว์ต่างๆก็คงไม่มีโลกใบนี้ให้อยู่อาศัยเป็นแน่

โพรเมทิอัสเป็นพระโอรสในเทพไออาเพทัส ผู้เป็นลุงของเทพซีอุส หรือเทียบเท่ากับว่าเทพโพรเมทิอัสนั้นเป็นลูกพี่ลูกน้องกับเทพซีอุส จากสงครามเทพไททันที่มีการโค่นล้มอำนาจเพื่อทวงบัลลังก์คืนให้แก่เทพโครนัสนั้น เทพโพรเมทิอัสและเทพเอพิเมทิอัสผู้เป็นน้องชาย ได้เอาใจเข้าสนับสนุนฝ่ายเทพซีอุส และเมื่อผลการทำสงครามปรากฎออกมาว่า เทพไททันเป็นฝ่ายพ่ายแพ้สงคราม และจะต้องถูกจองจำในทาทารัสตลอดกาลเป็นการลงโทษ ทำให้เทพแอตลาสผู้เป็นแม่ทัพ และเป็นพี่ชายแห่งเทพโพรเมทิอัสต้องถูกลงโทษตามไปด้วย พระองค์ถูกลงโทษให้แบกเอาสวรรค์ไว้ตลอดกาล ในขณะที่เทพโพรเมทิอัสและเทพเอพิเมทิอัส ก็ได้รับรางวัลเป็นการปูนบำเหน็จจากเทพซีอุสอย่างมากมาย อีกทั้งยังได้รับความรักและความไว้วางใจจากเทพซีอุสเป็นอย่างมาก และยังได้รับหน้าที่อันแสนยิ่งใหญ่ในการสร้างสิ่งมีชีวิตทุกชนิดที่อยู่บนโลก และเทพซีอุสก็ยังได้มอบพรวิเศษและพลังชีวิตให้เทพโพรเมทิอัสและเทพเอพิเมทิอัส เพื่อนำไปใช้ในการดำเนินชีวิตและการสร้างสิ่งมีชีวิตขึ้นมาด้วย

เมื่อเทพทั้งสองเสด็จลงมาจากโอลิมปัสเพื่อสร้างโลก ก็พบว่าในตอนนั้นยังไม่มีสิ่งใดนอกเสียจากป่าไม้ ภูเขา และลำธาร ดังนั้น เทพโพรเมทิอัสจึงคิดขึ้นมาว่าควรจะทำอะไร ว่าแล้วก็เอาก้อนดินเหนียวขึ้นมาปั้นเป็นรูปสัตว์ป่าต่างๆทั้งสัตว์บก สัตว์น้ำ สัตว์ปีก สัตว์เลื้อนคลาน สัตว์ครึ่งบกครึ่้งน้ำ ทำให้ป่าเต็มไปด้วยเสือ สิงโต กระทิง แรดมากมาย อีกทั้งยังไม่ลืมที่จะใส่พลังชีวิตลงไปในก้อนดินเหล่านั้นด้วย ทำให้สัตว์ต่างๆที่ทรงสร้างขึ้นได้มีชีวิตชีวาขึ้นมาทันที ด้วยความที่เทพเอพิเมทิอัสเป็นเทพที่มักจะทำอะไรก่อนคิด พระองค์จึงได้ประทานพรที่เทพซีอุสให้มาใส่ลงไปตามสัตว์ต่างๆอย่างเพลิดเพลิน ไม่ว่าจะเป็น ทรงกำหนดให้สิงโตเป็นเจ้าป่าและสามารถล่าสัตว์อื่นๆได้ ทรงให้หนอนเติบโตขึ้นมาเป็นผีเสื้อ ทรงให้กระต่ายวิ่งและกระโดดได้อย่างคล่องแคล่ว ทรงให้ปลาว่ายและอาศัยอยู่ในน้ำ เป็นต้น และเมื่อเทพโพรเมทิอัสได้ปั้นดินเหนียวก้อนสุดท้ายให้เป็นมนุษย์เพศชาย โดยกำหนดให้มีลักษณะเหมือนพระองค์หรือเทพเจ้าผู้ชาย และกำลังจะประทานชีวิตให้ แต่พบว่าพรของเทพซีอุสได้หมดไปเสียก่อนแล้ว

เทพีอธีน่าจึงได้ทรงลงมาปฏิบัติงานแทนเทพซีอุส ซึ่งเมื่อได้เห็นผลงานของเทพโพรเมทิอัส ก็ทรงพอพระทัยเป็นอย่างมาก และได้มอบพรวิเศษกว่าสัตว์ตัวไหนๆ โดยกำหนดให้มนุษย์มีความคิดความอ่านเป็นของตนเอง และสามารถมีชัยชนะเหนือสรรพสัตว์อื่นๆทั้งปวง และด้วยความที่เทพโพรเมทิอัสกลัวว่า มนุษย์ที่พระองค์สร้างขึ้นมาอาจจะเกรงกลัวสัตว์ร้ายชนิดต่างๆ พระองค์จึงได้ลอบขึ้นไปบนสวรรค์ และนำเอาไฟที่ดวงตะวันแห่งเทพอะพอลโลกลับมามอบให้แก่มนุษย์ทุกคน (ชาวกรีกมีเชื่อว่า เทพโพรเมทิอัส ได้สร้างมนุษย์กลุ่มแรกเป็นเพศชายก่อน)

เทพซีอุสทรงพอพระทัยกับผลงานที่สั่งให้เทพโพรเมทิอัสทำเป็นอย่างมาก และได้กล่าวกับเทพโพรเมทิอัสด้วยว่า มนุษย์ควรจะต้องถวายเครื่องสักการะแก่เทพเจ้าด้วย เทพโพรเมทิอัสน้อมรับในคำสั่ง และทำการล้มวัวตัวหนึ่งพร้อมแร่เอาเครื่องใน เนื้อ และกระดูกออกมา จากนั้นก็ได้แบ่งเนื้อออกเป็น 2 กอง โดยกองหนึ่งเป็นเนื้อวัวที่ปิดไว้ด้วยเครื่องใน ส่วนอีกกองหนึ่งมีเพียงแต่โครงกระดูกที่ปกคลุมไปด้วยไขมันวัว เทพซีอุสรับเครื่องสักการะมา พระองค์กลับเลือกกองที่มีไขมันปกคลุม และพบว่าภายในนั้นมีแต่กระดูก ส่วนกองที่เป็นเนื้อและเครื่องในก็ตกไปเป็นอาหารมนุษย์เสียหมด เทพซีอุสจึงทรงกริ้วเป็นอย่างมาก จึงสั่งให้เทพเจ้าแห่งลมพัดจนไฟของมนุษย์ดับลง แต่เทพโพรเมทิอัสก็ยังคิดจะปกป้องสิ่งมีชีวิตที่พระองค์สร้างไว้ โดยแอบขึ้นไปขโมยไฟสวรรค์มามอบแก่มนุษย์แทน ซึ่งไฟสวรรค์นี้เป็นสิ่งที่ไม่มีสิ่งใดสามารถดับมันได้ เทพซีอุสจึงกริ้วมากขึ้นอีกเป็นทวีคูณ และสั่งจับเทพโพรเมทิอัสตรึงติดไว้กับเขาคอเคซัส โดยมีนกเหยี่ยวบินโฉบลงมาจิกกินตับของเทพโพรเมอิทัสทุกวันๆ ซึ่งพระองค์จะต้องตายและฟื้นคืนชีพขึ้นมาทรมานใหม่ในทุกเช้า และนกเหยี่ยวก็จะบินมากินตับไปเช่นนี้ตลอดกาล แต่ในที่สุด พระองค์ก็ได้รับความช่วยเหลือจากเฮอร์คิวลิสผู้เป็นวีรบุรุษแห่งกรีก เฮอร์คิวลิสได้เข้ามาช่วยฆ่านกเหยี่ยวตัวนั้นจนเสียชีวิตลง และช่วยปล่อยให้เทพโพรเมทิอัสหลุดพ้นจากเครื่องพันธนาการ ซึ่งเหตุที่เฮอร์คิวลิสสามารถปลดปล่อยเทพโพรเมทิอัสได้นั้น ก็เป็นเพราะเมื่อครั้งทำสงครามเทพเจ้ากับอสูร เฮอร์คิวลิสเป็นผู้ช่วยให้ฝ่ายเทพเจ้าได้รับชัยชนะ

ตำนานบางเรื่องเล่าว่า การกระทำของเทพโพรเมทิอัสนั้น เป็นการกระทำเพื่อมนุษย์ในทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการหลอกเทพซีอุสให้เลือกโครงกระดูก หรือ การแอบขึ้นไปขโมยไฟสวรรค์ลงมาก็ตาม เทพซีอุสไม่ได้รู้สึกโกรธแต่อย่างใด แต่ที่ต้องลงทัณฑ์เพราะมีเหตุผลที่ลึกซึ้งไปมากกว่านั้น นั่นคือ เทพโพรเมทิอัสได้ล่วงรู้ความลับที่เทพไททันรอคอยมานาน ซึ่งก็คือ บาปกรรมที่เทพเจ้ารุ่นใหม่จะต้องได้รับ หรือกรรมแห่งการโค่นบัลลังก์พ่อ ซึ่งเทพซีอุสทราบดีว่าเทพโพรเมทิอัสได้ล่วงรู้คำทำนายเรื่องนี้อย่างดี จึงลงทัณฑ์ไปเพื่อหวังให้เทพโพรเมทิอัสหลุดปากบอกคำทำนายออกมา แต่อย่างไรเสีย เทพโพรเมทิอัสก็ไม่ยอมบอก และแม้พระองค์จะสั่งให้เทพเฮอร์เมสช่วยไปแกล้งหลอกถาม เทพโพรเมทิอัสก็ยังยืนยันคำเดิมและไม่หลงกลต่อเทพซีอุส โดยความลับของคำทำนายมีอยู่ว่า หากเทพซีอุสและเทพีทีมิส ผู้เป็นนางพรายทะเลที่มีหน้าตางดงาม ได้อภิเษกสมรสกัน พระโอรสที่ประสูติออกมาจากพระเทพี จะมีอำนาจในการโค่นล้มบัลลังก์เทพซีอุสลงได้ แต่ด้วยความโชคดีที่เทพซีอุสไม่ได้เทพีทีมิสมาเป็นพระชายา ทำให้พระเทพีได้ไปอภิเษกกับท้าวพีลูสแทน และทั้งคู่ก็ได้ให้กำเนิดพระโอรส ที่มีชื่อว่า”อะคิลลิส” ผู้เป็นวีรบุรุษแห่งสงครามทรอยอันแสนลือเลืองขึ้นมาแทน

Advertisement