Advertisement


พระอัคนี เทพแห่งไฟ

 

พระอัคนี

พระอัคนี เป็นหนึ่งในเทพเจ้าผู้ยิ่งใหญ่ และเป็นเทพแห่งไฟที่เป็นศัตรูคนสำคัญของพระอินทร์ พระอัคนีมีตำนานที่น่าค้นหามากมายเช่นเดียวกับพระอินทร์ และถือกันว่า “ไฟ” เกิดขึ้นได้จากการเสียดสีของสิ่งของ 2 สิ่ง ดังนั้น ไฟจึงถือเป็นบุตรของ โลก (พระนาง ปฤถวี) และ สวรรค์ (พระทโยส : Dyaus) และถือเป็นพระอนุชาของพระอินทร์

พระอัคนีทรงโปรดการเสวยน้ำเนยใส ในขณะที่พระอินทร์ทรงโปรดน้ำโสม ดังนั้น พระองค์จึงมีลิ้นหรือพระชิวหา ถึง 7  ชิวหา ทั้งนี้ก็เพื่อใช้เลียเนยที่ละลายจากการบูชายัญไฟนั่นเอง ชิวหาทั้ง 7 มีชื่อเรียกประจำที่แตกต่างกัน ซึ่งชื่อเหล่านั้นพระอินทร์เป็นผู้ตั้งให้ พระอัคนีถือเป็นสัญลักษณ์ของการจุดประกายที่สำคัญ และเป็นรากฐานแห่งสรรพชีวิต ทั้งมนุษย์ สัตว์ รวมถึงพืชพรรณ

พระอัคนีทรงเป็นเทพเจ้าที่ไม่มีวันตาย และเป็นผู้ริเริ่มพิธีบูชายัญ พระอัคนีถือเป็นต้นแบบของศาสนาพราหมณ์ และเป็นสื่อกลางการสื่อสารระหว่างมนุษย์และพระเจ้า โดยการไปเยี่ยมมนุษย์ในพิธีบูชายัญ และจะเป็นผู้อัญเชิญเทพเจ้ามายังสถานบูชา

สำหรับตำนานการถือกำเนิดของพระองค์ มีเรื่องเล่าว่า พระองค์ทรงเป็นเทพแห่งปฐพี มีพระอินทร์หรือพระวายุเป็นเทพแห่งลม และมีพระสุริยะเป็นเทพแห่งท้องฟ้า อีกทั้งยังกล่าวว่า พระอัคนีถือเป็นเทพทั้ง 3 โลก และถือเป็นหัวหน้าของเทพทั้งสอง

มืเรื่องเล่าขานต่อกันมาว่า พระอัคนีทรงประสูติใหม่ถึง 3 ครั้ง ครั้งที่ 1 พระองค์ทรงประสูติเป็นดวงอาทิตย์ในสรวงสวรรค์ หรือทรงประสูติเป็นเปลวเพลิงแห่งดวงอาทิตย์ ครั้งที่ 2 พระองค์ทรงประสูติบนโลกมนุษย์ ในพิธีบูชาไฟ โดยการจุดไฟของพราหมณ์และมนุษย์ ซึ่งช่วยให้เกิดความอบอุ่น และบำรุงเลี้ยงในรูปของที่ตั้งเตาไฟ ซึ่งควันที่ลอยขึ้นไปถึงชั้นบรรยากาศ ทำให้พระองค์สามารถสัมผัสในทุกรูปการณ์ได้ และพระองค์จึงได้รับการบูชาเหมือนดั่งเช่นวิญญาณในบ้านด้วย

ในฐานะที่เป็นเทพเจ้าแห่งการสร้าง พระอัคนีจึงมีบทบาทสำคัญในการให้ชีวิต อีกทั้ง ยังทรงร่วมแบ่งลักษณะอื่นๆจากพระเชษฐาหรือพระอินทร์ด้วย พระอัคนีมีศัตรู คือ พวกรากษส ผู้ที่ชอบล่าเนื้อมนุษย์ ตรั้นที่ต้องต่อสู้กับอสูรพระองค์จะแปลงพระวรกายเป็นอีกรูปหนึ่ง ซึ่งก็คือ พระฉวีกลายเป็นสีแดง มีพระเศียรเป็นเปลวไฟ 3 เศียร มีขา 3 ขา และมีพระกร 7 กร พระองค์จะทรงสวมมงกุฏผลไม้ เพื่อต่อสู้กับอสูร ส่วนฝ่ายอสูรจะมีรูปลักษณ์น่าเกลียดและมีเขี้ยวยาว ระหว่างการต่อสู้ พระอัคนีจะทรงเสกเขี้ยวเหล็กยาวแหลมขึ้น 2 อัน เพื่อมาต่อสู้กับพวกอสูร และใช้เขี้ยวเหล็กนั้นแทงอสูร ก่อนที่จะกลืนพวกมันลงไป

วิธีการบูชายัญของพระองค์จะมีพิธีการถวายเนื้อมนุษย์ ซึ่งเนื้อมนุษย์ที่ใช้จะต้องเป็นเนื้อที่บริสุทธิ์ ในการนี้จะมี ฤษีภฤคุ คอยจัดการอยู่ โดยเขาจะไปลักพาเด็กหญิง 1 คน เพื่อจัดพิธีหมั้นกับอสูรหรือปีศาจก่อน อสุราสามารทราบได้ว่าพระอัคนีทรงสถิตอยู่ทั่วทุกหนแห่ง จึงได้ถามพระอัคนีว่า เด็กหญิงผู้นั้นอยู่ที่ไหน พระอัคนีจึงตอบกลับอสุราด้วยความสัตย์ และมันจะหาตัวเด็กให้เจอ

ส่วนอีกเรื่องหนึ่งกล่าวไว้ว่า เมื่อพระอัคนีกลับมาสู่โลกมนุษย์โดย เทพครึ่งอสูร (Matarisvan) เทพครึ่งอสูรผู้ที่มารับคือ ฤษีภฤคุ ซึ่งจะเป็นผู้ทำพิธีบูชาพระอัคนีนั่นเอง ในขณะที่บางตำนานเล่าว่า พระองค์ไม่ได้โปรดการเสวยแค่เนยใสเท่านั้น แต่ยังโปรดการเสวยน้ำโสมเช่นพระอินทร์ด้วย

ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับเทพแห่งการสวดมนต์ หรือ พฤหัสบดี (Brihaspati) พระองค์จะเป็นผู้ช่วยพระอินทร์ในการสร้างจักรวาล ส่วนบทบาทของพระองค์ที่สืบต่อมาในช่วงปลายยุคพระเวท หรือช่วงที่พระอินทร์ใกล้จะกลืนอำนาจของพระองค์เป็นผลสำเร็จแล้ว

Advertisement