Advertisement


พระราม (รามาวตาร) เทพแห่งความถูกต้องสันติ

พระรามกับนางสีดา

พระราม หรือ รามาวตาร หรือ รามจันทราวตาร  ตัวละครเอกจากมหากาพย์ เรื่อง รามายณะ ที่คนไทยรู้จักกันมากในชื่อ รามเกียรติ์ (ภาพระหว่างพระรามกับนางสีดา)

การที่พระรามอวตารลงมาก็มีจุดประสงค์เพื่อกำจัด ทศกัณฐ์ หรือ ท้าวราพณ์  ผู้เป็นกษัตริย์แห่งกรุงลงกา ทศกัณฐ์ เป็นยักษ์ที่มี ๑๐ เศียร และบำเพ็ญตบะเพื่อให้เกิดความอมตะเช่นเดียวกับเหรันตยักษ์ และ เหรัณยกศิปุ อีกทั้งยังประจบประแจงพระศิวะ จนท่านเกิดความเมตตา ทศกัณฐ์เริ่มเข่นฆ่าเทพเจ้าและมนุษย์มากมาย จนในที่สุด พระวิษณุจึงต้องอวตารลงมาเป็นโอรสองค์แรกของมหากษัตริย์ทศรถแห่งกรุงอโยธยา  และได้ทรงพระนามว่า พระราม พระรามมีพระอนุชาต่างมาดาคือ พระภรต พระลักษมณ์ และ พระศัตรุต ซึ่งกล่าวกันว่าพระอนุชาของพระองค์ก็ทรงแบ่งรูปลักษณ์มาจากพระวิษณุด้วย

พระราม และ พระลักษณ์ สนิทสนมกันมาก และได้ร่วมมือกันฆ่าอสูรที่สังหารพราหมณ์ไปเป็นจำนวนมาก วันหนึ่ง ขณะที่ยังทรงพระเยาว์อยู่ ทั้งสองพระองค์ได้ยินข่าวว่า ธิดาแสนสวยของ กษัตริย์ชนก ที่มีนามว่า นางสีดา จะอภิเษกกับผู้ที่สามารถโก่งคันศรของพระศิวะได้ และเป็นพระรามที่สามารถโก่งคันศรได้ พระรามจึงได้อภิเษกกับนางสีดา หรือก็คือ พระลักษมี ที่อวตารลงมานั่นเอง

หลังจากทรงอภิเษกได้ไม่นาน พระทศรถก็ประกาศสละราชบังลังก์ และได้ประกาศนามของผู้ที่จะมารับตำแหน่งแทนตน ในเวลาเดียวกันนั้น ขณะที่พระภรตไม่อยู่นั้น บริวารของพระมเหสีไกยเกษี ผู้เป็นพระมารดาของภรตก็พยายามกล่าวให้ร้ายพระราม จนทำให้พระนางเกิดความไม่พอพระทัยพระราม และทรงยุยงแกมบังคับให้พระทศรถยกราชสมบัติทั้งหมดให้ภรต อีกทั้งยังเนรเทศพระรามให้ออกไปอยู่ป่านานถึง ๑๔ ปี โดยมีพระลักษณ์และนางสีดา ขอตามไปดูแลพระรามด้วย พระภรตและประชาชนต่างเสียใจกับการจากไปของพระรามเป็นอย่างมาก จนสุดท้าย พระทศรถก็ทรงเสด็จสวรรคตในอีก ๑ สัปดาห์ต่อมา

เมื่อพระภรตทราบข่าว พระองค์ก็ทรงพิโรธพระมารดาเป็นอย่างมาก พระพรตทรงเสด็จออกตามหาพระรามเพื่อจะเชิญกลับวัง แต่พระรามไม่ยอม พระภรตจึงต้องจำใจเสด็จกลับเข้าเมืองอโยธยาดังเดิม และขึ้นครองราชสมบัติแทน แต่ก็ยังมีพระบาทของพระรามอยู่บนราชบัลลังก์ เพื่อเป็นเครื่องหมายแสดงถึงกษัตริย์ที่มีสิทธิ์อันชอบธรรม

ในช่วงที่พระรามอยู่ในป่า นางยักษีผู้เป็นขนิษฐาของท้าวราพณ์ได้เกิดหลงรักพระราม แต่เนื่องจากพระรามทรงอภิเษกแล้ว จึงบอกให้นางเปลี่ยนใจไปชอบพระลักษมณ์แทน แต่พระลักษมณ์ก็ทรงปฏิเสธนางเช่นกัน นางยักษีเกิดความสงสัยว่าพระลักษณ์น่าจะแอบชอบพอนางสีดาอยู่เช่นกัน จึงคิดทำร้ายและกินนางสีดา แต่พระลักษมณ์ก็เข้ามาช่วยไว้ได้ทัน และโดยทรงตัดจมูก หู และอกของนางยักษีออก

นางยักษีจึงส่งอนุชาตามมาล้างแค้นพร้อมกองทัพยักษีขนาใหญ่ถึง  ๑๔,๐๐๐ ตน แต่สุดท้ายพระรามก็เป็นฝ่ายได้ชัยชนะ นางยักษีจึงไปยุยงให้ท้าวราพณ์ให้มาลักพาตัวนางสีดา โดยไปบอกท้าวราพณ์ว่า นางสีดามีรูปโฉมงดงามมาก ท้าวราพณ์จึงส่งกวางไปล่อ เมื่อนางสีดาเห็นก็เกิดความอยากได้ พระรามและพระลักษณ์จึงออกไปจับกวางมาให้ ท้าวราพณ์จึงช่วงชิงจังหวะโดยการแปลงกายเป็นฤาษีแล้วจับนางขึ้นรถเหาะกลับไปยังกรุงลงกา ระหว่างทาง นกชฎายุ หรือร่างอวตารของพญาครุฑ ผู้เป็นพาหนะของพระวิษณุ ได้ผ่านมาพบและเกิดการต่อสู้กัน ชฎายุไม่สามารถเอาชนะท้าวราพณ์ได้ จึงพาร่างอันจวนเจียนจะสิ้นใจกลับไปส่งข่าวแก่พระราม

เมื่อกลับมาถึงกรุงลงกา ท้าวราพณ์พยายามเกี้ยวพาราสีนางสีดา แต่นางก็ยังใจแข็ง ท้าวราพณ์จึงต้องขู่บังคับให้นางยอมอภิเษกด้วย และบอกว่าหากนางไม่ยอมจะฆ่าและกินนางเสีย แต่สุดท้ายนางสีดาก็รอดมาได้ เนื่องจากเคยมีหนึ่งในบรรดาชายาของท้าวราพณ์สาปแช่งไว้ว่า หากท้าวราพณ์ฉุดคร่าหญิงอื่นอีกจะต้องตาย

หลังจากที่พระรามทราบข่าวจากนกชฎายุ ก็ทำการปลงศพให้นกชฎายุ แล้วรีบออกตามหานางสีดา ระหว่างทางได้พบอรสของพระอินทร์ที่ชื่อว่าสุครีพ ผู้ถูกพาลีพระเชษฐาร่วมพระมารดาขับไล่ออกมาจากเมืองของตน สุครีพจึงส่งกองทัพลิงและหมีไปช่วยพระรามรบเพื่อเป็นการตอบแทนความช่วยเหลือ โดยมีหนุมานเป็นแม่ทัพเดินทางไปยังกรุงลงกา

หนุมานเหาะข้ามน้ำข้ามทะเล และลอบเข้าไปในกรุงลงกาได้สำเร็จ เมื่อหนุมานพบเจอกับนางสีดาที่กำลังนั่งอยู่ในสวนตามลำพัง หนุมานก็ได้แสดงแหวนจารึกพระนามของพระรามเพื่อเป็นหลักฐาน และบอกแผนการหนีออกจากกรุงลงกาแก่นาง แต่ด้วยความลิงโลดที่แอบลอบเข้ามาได้ หนุมานจึงไปดึงต้นไม้ในสวนเล่น และทำให้ถูกจับได้ในที่สุด หนุมานถูกส่งไปให้ท้าวราพณ์เพื่อสังหารโดยการนำผ้าชุบน้ำมันผูกที่หางของหนุมาน แต่หนุมานก็ใช้กระโดดหนีออกมาได้โดยอาศัยจังหวะที่หางถูกเผาหางอยู่นี้ และไฟจากหางนี่เองที่ทำให้กรุงลงกาเกิดไฟไหม้ไปทั่วทั้งเมือง

เมื่อหนีออกมาได้ หนุมานจึงกลับมาส่งข่าวแก่พระรามถึงลักษณะของกรุงลงกาว่า มีป้อมปราการอันแสนยิ่งใหญ่ ซึ่งสร้างโดยพระวิศวกรรมให้แก่กุเวร เจ้าแห่งความมั่นคง อีกทั้งเมืองก็มีอาณาเขตกว้างขวาง ส่วนมากสร้างด้วยทองคำ ล้อมรอบด้วยคูเมืองกว้าง และมีกำแพงสร้างด้วยหินและโลหะ ซึ่งนำมาจากยอดเขาพระสุเมรุ

ระหว่างที่หนุมานลอบเข้าไปในกรุงลงกา พรรคพวกของพระรามก็ได้ช่วยกันสร้างสะพานเพื่อข้ามไปยังกรุงลงกา ที่มีชื่อว่า สะพานของพระราม  แต่แม้จะมีอสูรจากใต้ทะเลมาก่อกวนขณะสร้าง ก็สามารถสร้างได้สำเร็จ หัวหน้าช่างที่สร้างสะพานคือหัวหน้าลิงที่ชื่อว่า นล ผู้เป็นโอรสของพระวิศวกรรม ซึ่งมีพลังทำให้ก้อนหินลอยบนน้ำได้ บางครั้งสะพานนี้จึงได้รับการเรียกชื่อว่า นลเสตุ (สะพานของนล)

หลังจากสร้างสะพานสำเร็จ พระรามก็สามารถยกกองทัพข้ามไปได้ ศึกครั้งยิ่งใหญ่เริ่มดำเนินขึ้นตั้งแต่ตรงทางเข้าเมือง พระลักษณ์ถูกโอรสของท้าวราพณ์ที่มีนามว่า อินทรชิต ทำร้าย แต่หนุมานก็ใช้สมุนไพรที่หามาได้จาก เทือกเขาหิมาลัย มารักษาได้สำเร็จ ในระหว่างนั้นพระอนุชาของท้าวราพณ์ก็ได้กินลิงเข้าไปเป็นร้อยตัว แต่สุดท้าย  พวกยักษ์ก็ถูกฆ่าจนหมด พระรามยิงศรใส่ท้าวราพณ์ในครั้งแรก แต่ยิงไม่เข้า แต่สุดท้ายการต่อสู้ของพระรามและอสูรราพณ์ก็จบลงตรงที่พระรามใช้อาวุธวิเศษที่กล่าวกันว่าเป็นอาวุธที่รวมพลังของบรรดาเทพเจ้าไว้ และรู้จักกันดีในฐานะที่เป็นอาวุธของพระพรหม อาวุธนี้ได้รับมาจากฤาษีอกัสยตะ ซึ่งเป็นนักพรตที่มีชื่อเสียง และเป็นศัตรูของพวกยักษ์ เมื่อขว้างอาวุธออกไปตัดอกของท้าวราพณ์ หลังได้รับชัยชนะ เหล่าเทวดาทั้งหลายก็ลงมาอวยพร และพากันโปรยมาลัยดอกไม้ในชัยชนะของพระราม และกองทัพลิงก็กลับมาฟื้นคืนชีพใหม่อีกครั้ง

หลังจากศึกสงบ พระรามก็ได้พบนางสีดาอีกครั้ง แต่พระองค์ก็รู้สึกเย็นชาต่อนาง เนื่องจากยังไม่ทรงปักใจเชื่อว่านางสีดาจะยังคงภักดีต่อพระองค์อยู่หรือไม่ นางสีดาจึงจัดพิธีลุยไฟ เพื่อเป็นพิสูจน์ความบริสุทธิ์ใจ เมื่อนางลุยไฟได้สำเร็จ ท้องฟ้าก็ได้ประกาศว่านางบริสุทธิ์ และพระอัคนีเทพแห่งไฟก็ได้นำนางไปประทับต่อเบื้องพระพักตร์ของพระราม ซึ่งแท้ที่จริงแล้ว พระรามไม่เคยระแวงในตัวนางเลย เพียงแต่ต้องการจะให้นางทดสอบต่อหน้าธารกำนัลเพียงเท่านั้น

Advertisement