Advertisement


ท้าวแสนปม จ.กำแพงเพชร

 

กล่าวถึงชายผู้หนึ่งนามว่า ตาแสนปม ตาแสนปมเป็นคนทำสวนคนหนึ่งในวังของพระราชา แต่เขาเกิดมามีกรรมเพราะมีรูปร่างแปลกประหลาดไปจากคนทั่วไป ร่างกายของเขามีปุ่มปมขึ้นเต็มไปหมด ซึ่งก็เป็นที่มาของชื่อของเขานั่นเอง

ตาแสนปมมีหน้าที่ดูแลสวน และใช้น้ำปัสสาวะของตนรดต้นมะเขือต่างน้ำ ต้นมะเขือที่ปลูกด้วยน้ำปัสสาวะจึงเจริญเติบโตงอกงาม และออกผลใหญ่น่ารับประทาน ต่อมา มีลิงตัวหนึ่งแอบมาลักลูกมะเขือที่ตาแสนปมปลูกไว้ เมื่อเขาจับได้จึงคิดจะฆ่าลิง แต่ลิงก็อ้อนวอนขอแลกชีวิตของตนกับฆ้องลูกหนึ่ง ตาแสนปมจึงตัดสินใจรับข้อตกลง และปล่อยลิงตัวนั้นไป

วันหนึ่ง ราชธิดาผู้มีรูปโฉมงดงามได้เสด็จมาประพาสสวน พระองค์ทรงทอดพระเนตรเห็นมะเขือมีผลโตงดงามก็คิดอยากจะเสวย ตาแสนปมจึงเด็ดลูกมะเขือมาถวายให้แก่ราชธิดา

แต่ต่อมาไม่นาน ราชธิดาก็เกิดตั้งครรภ์และคลอดพระโอรสมาองค์หนึ่งออกมา แต่เนื่องจากไม่รู้ว่าใครเป็นพ่อของพระโอรส พระราชาจึงสั่งให้ทหารตีฆ้องร้องป่าวไปตามเมืองต่างๆเพื่อเสาะหาเขย โดยประกาศว่า หากโอรสของพระธิดารับของจากมือชายคนใด พระองค์ก็จะยกพระธิดาให้แต่งงานรวมถึงจะยกเมืองให้ปกครองด้วย

เมื่อทราบข่าว บรรดาชายหนุ่มทั้งคนธรรมดาทั่วไป ลูกเศรษฐี ลูกมหาเศรษฐี และเจ้าชายจากเมืองต่างๆ ก็พากันนำขนมนมเนยต่างๆมากมายมาถวายแก่พระโอรส แต่พระโอรสก็ยังไม่ยอมรับของจาดใคร จนสุดท้าย ตาแสนปมได้นำเอาก้อนข้าวเย็นมามอบให้แก่พระโอรส ซึ่งพระโอรสก็รับเอาก้อนข้าวเย็นจากมือตาแสนปมมาอย่างง่ายดาย ทำให้พระราชารู้สึกโกรธเป็นอย่างมาก และจะไม่ยอมยกพระธิดาให้ตามสัญญา

ตาแสนปมจึงได้นำฆ้องที่ลิงเคยมอบให้ออกมาตี ซึ่งทำให่ปุ่มปมที่เคยปรากฏบนร่างกายหายไปจนหมด และแปลงโฉมเป็นชายหนุ่มรูปงามแทน จากนั้นตาแสนปมก็ตีฆ้องซ้ำอีกครั้ง ก็ปรากฎเป็นกองทัพยกขบวนขันหมากขึ้นมา

เมื่อตาแสนปมมีรูปโฉมที่เปลี่ยนไป พระราชาจึงยอมให้อภิเษกสมรสกับพระธิดา และยอมยกเมืองให้ปกครอง แต่ตาแสนปมกลับไม่ยอมรับ และพาพระมเหสีกับพระโอรสเดินทางออกไปจากเมือง จากนั้นก็พากันเดินทางไปจนถึงชัยภูมิที่เหมาะสม แล้วจึงตีฆ้องเป็นครั้งที่ ๓ ทำให้ปรากฏเป็นเมืองที่มีปราสาทราชวังอันแสนใหญ่โตขึ้นมา และตั้งชื่อว่าเมืองไตรตรึงษ์ ตาแสนปมจึงสถาปนาตัวเองขึ้นเป็นท้าวแสนปม และปกครองบ้านเมืองอย่างมีความสุขสืบมา

Advertisement